Review : หนังสือ Word War Z ฉบับแปลไทยที่แปลได้กากระดับเวิลคลาส

5
3652

// เผื่อขี้เกียจอ่านยาว บล็อกนี้เขียนไว้เพื่อเตือนคนจะซื้อฉบับแปลไทยมาอ่านนะครับ ว่าแปลโครตกาก

ปกติเป็นคนอ่านน้อยครับ แล้วก็เป็นสลิ่มชอบอ่านหนังสือตามหนังที่จะออกด้วย โดยเฉพาะล่าสุดเพิ่ง(ยืมตังคนอื่น)ไปซื้อ mockingjay มา ฉบับภาษาอังกฤษซะด้วย ซึ่งแม่งอ่านก็ไม่ออก จริงๆ เพราะเข็ดกับเรื่อง WWZ ห่านี่แหละ นอกจากจะแพงแล้ว ยังแปลได้ระยำตำแตดที่สุด อีเหี้ย

หนังสือ World War Z เขียนโดย Max Brooks และฉบับแปลไทยโดยนักแปลชื่อดังท่านหนึ่ง จะบอกชื่อดีมั้ย  เดี๋ยวแม่งโดนฟ้องอีก แต่หาไม่ยากครับ เค้าดัง ที่บ้านมีกูเกิ้ลรึเปล่า ช่วยตัวเองดูนะ ที่งงคือไม่รู้ไปทำอีท่าไหนถึงดัง แต่ไม่อยากจะจับงานอื่นของเค้าอีกแล้วเพราะเข็ด จนก็จน ยังหลอกกูซื้อหนังสือห่าอะไรก็ไม่รู้ ใช้คำบ้าๆ บอๆ เต็มไปหมด แต่ก่อนอื่นที่จะด่าขอเล่าเนื้อหาจริงๆ ที่คนเขียนเค้าพยามจะเขียนก่อน

เนื้อหาจะคนในเหตุการณ์มาเล่าให้เราฟังผ่านบทสัมภาษณ์ ที่เป็นการ(สมมุติว่า) ถอดเทปมาให้เราผู้อ่าน จะได้ติดตามว่าคนต่างอาชีพ ต่างเชื้อชาติ ต่างเหตุการณ์ ดำเนินชีวิตผ่านเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลก Z ที่มีศัตรูคือพี่ น้อง คนในครอบครัว ของเราเอง แถมยังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ทหารยังแทบเอาไม่อยู่ โดยเนื้อหาจะเริ่มนำคนที่รอดชีวิตจากแต่ละเหตุการณ์มาเรียงกันเป็นเนื้อเรื่องเดียวกัน ตามลำดับเวลา หลายแง่มุม

นอกจากจะเป็นการเล่าประเด็นเรื่องจากปากของผู้รอดชีวิตจากแต่ละชาติ แต่ละอาชีพแล้วเนี่ย เนื้อหาโดยรวมยังเป็นการ Stereo type คนเอเชียหลายๆ ชาติอย่างอินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีเหนือ รวมถึงแนวคิดทางการเมืองของคนเขียนด้วยนิดๆ (อันนี้ไม่แน่ใจว่าคิดมากไปเองรึเปล่า)

ล้อเลียนความสุดโต่งของ NGO พวกเสรีนิยมจัด กลุ่มคนที่มีภาวะทางจิตเมื่อเกิดสงครามซอมบี้ และอีกเยอะแยะครับ โดยทั้งเล่มจะมีเนื้อหาหลากหลายสำหรับคอซอมบี้ครับ รวมๆ แล้วเนื้อหาและการนำเสนอก็ดีจนกระทั่งเอาไปทำเป็นหนังนั่นแหละ ไม่มีอะไรติดเลย อ่านสนุกจนจบเล่มถึงแม้ว่าการแปลจะหัวดอเพนนิสก็ตาม

สำหรับคนที่มีสกิลภาษาอังกฤษหน่อยผมแนะนำให้ท่านซื้อหนังสือเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาอ่านจะดีกว่า เพราะคำแปลในหนังสือเล่มนี้มีคำแปลกๆเยอะ ผมไม่ทราบเรื่องประโยคที่แปลผิดครับ แต่หลายประโยคใช้วิธีแปลเป็นก้อนๆ ทำให้อ่านสะดุดและน่าเบื่อมาก คำแปลกๆที่ใช้ในเล่มก็อย่างเช่น “นี่มันเสียงก้อดแดมอะไร”  คำนี้ผมว่าหาคำไทยแทนไปก็ได้ครับ ผมอ่านแล้วมันประหลาดมาก มึงจะก้อดแดมทำสันกล้วยอะไร กูจะรู้จักกับมึงมั้ย สตันไปสามวิ กว่าจะเก็ต และยังมีคำว่าไอเชีย , เชียยยต  , เชีย  สามคำนี้ผมงงว่าทับศัพท์รึเปล่า ศัพท์ภาษาโฮโนลูลูโครตแม่งมึงเหรอเนี่ย

แต่ที่แน่ๆ ภาษาไทยไม่มีคำพวกนี้อยู่ ไม่ได้แอ้บแบ้วนะแต่กว่าผมจะรู้ว่ามันเป็นการใช้แทนคำว่าไอ้เหี้ยหรืออะไรทำนองนี้ก็อ่านไปเกือบจบแล้ว เพราะใช้หลายคำจัด อ่านไปมึนไป ใครอยากจะมอมเหยื่อรูดทรัพย์ เอาหนังสือเหี้ยนี่ให้อ่านรับรอง สลบไปข้ามภพเลย ซึ่งผมว่าบางทีคำไทยที่แสดงถึงคำด่ามันก็เลือกมาแทนได้โดยที่ไม่หยาบคายรึเปล่า

ฉบับแปลไทยของหนังสือเล่มนี้นอกจากจะสกัดสารออกมาจากเนื้อความไม่ได้แล้ว คำพวกนี้มันยังทำให้เนื้อหาในนิยายมันเพี้ยนด้วยนะครับ ยกตัวอย่างคำในนิยายเรื่องนี้มีแปลคำว่าอุจาระเทวาด้วยซึ่งผมเข้าใจว่าแปลจาก Holy shit แต่อยากทราบว่าแปลมาแบบนี้ทำขี้เกลือกรดด่างอะไร นอกจากจะทำให้เนื้อหาในบทสนทนานั้นเปลี่ยนไปจนเละเทะ แต่มันยังทำให้ความรู้สึกที่ผู้เขียต้นฉบับใส่มามันผิดเพี้ยนด้วย กลายเป็นนิยายสันขวานอะไรไม่รู้ คุยกันด้วยภาษาชาวเงือกหรือไง

อ้อ และยังมีอีกคำคือคำว่าหุบเขาซิลิคอน น่าจะแปลมาจากคำว่า Silicon Valley ในยุคนี้แล้ว มึงแปลมาได้ยังไงครับ หุบเขาซิลิคอน น้ำตาซึมเลยครับ อีสัดเอ้ย ค่าหนังสือเล่มนี้ซื้อตาบั้กได้ตั้งสามแก้ว

โดยรวมนิยายเล่มนี้สนุกครับ แต่ต้องทนอ่านคำแปลกากๆ การเรียงประโยคแปลกๆ หีแตดมะเขือเผาอีกจำนวนมากซึ่งเหมาะสำหรับท่านที่อยากพัฒนาความสามารถด้านภาษา(คน) แต่สำหรับผมลาก่อนกับงานแปลที่เปลี่ยนเนื้อหานิยาย ส่วนราคาที่แพงเป็นค่ากระดาษเปื้อนหมึก 320 บาทถ้วนครับ

 

ปล. บก. หนังสือครับถึงตอนจบจะเป็นยังไง แต่ไม่ใช่หน้าที่ของ บก. ที่จะสปอยเนื้อหาตอนจบนิยายในหน้าคำนำนะครับ มึงอยากสปอยมากมึงไปตั้งกระทู้ในพันทิปดีกว่ามั้ยอีเหี้ย มาเขียนในคำนำทำหัวเพนนิสอะไร